แน่ใจหรือว่าไม่ใช่

PLAGIARISM


 

 
คิดว่าพวกเราคงจะชินกันดีใช่ไหมคะ กับคำว่า "ก็อป ลอก ขโมยผลงาน" ไม่ต้องหาตัวอย่างไกล ในเอ็กทีนก็มีให้เห็นอยู่เนืองๆ ทั้งฮอตโพสต์รณรงค์เลิกก็อป ทั้งเอนทรี่ประจานพวกไม่มีหัวคิดที่ชอบขโมยงานคนอื่น ทั้งพวก wanna be อยากมีแต่สร้างเองไม่ได้ ทั้งหลายทั้งปวง เห็นกันจนเบื่อ ในตอนนี้หลายๆ บล็อกก็เริ่มหันมาเอาใจใส่เรื่องเครดิตกันมากขึ้น ทั้งบล็อกที่ไปเอาของเขามาแปะ ทั้งบล็อกเจ้าของผลงาน

ให้เครดิตก็พองั้นเหรอ?

ว่ากันตามตรงแบบไม่นางเอกนะคะ

ต่อให้คนก็อปผลงานไปใช้ให้เครดิต ก็ไม่มีเจ้าของผลงานคนไหนอยากให้เอาผลงานของตัวเองไปแปะที่โน่นที่นี่ชุ่ยๆ หรอกค่ะ นอกจากจะเป็นเรื่องด่วน เรื่องสำคัญ ที่อยากเผยแพร่ให้ึคนได้อ่านทั่วๆ กัีนเท่านั้น ยิ่งเป็นการประเภทงานวาด งานเขียน งานศิลปะ งานวิชาการด้วยแล้ว คิดว่ากว่าเจ้าของผลงานจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ คิด-ประดิษฐ์ผลงานออกมาได้ เขาต้องเหนื่อยแค่ไหนคะ? อย่างน้อยก็ไม่ใช่แค่กระดิกนิ้วคลิกเมาส์อย่าง แน่นอน

เอะอะก็จะก็อปไปแปะผัวะ แปะผัวะ แล้วให้แค่เครดิต ไม่มักง่ายสะดวกจิตไปหน่อยหรือคะ?


แต่อีพวกก็อปทั้งดุ้นทั้งลำนี่ยังดูง่าย เถียงไม่ออก ไอ้แบบก็อปไปนิดๆ เอาไปแปลงหน่อยๆ แต่ไม่ได้ลอกนี่สิ น่าเวียนหัว

วันนี้เราอยากเขียนถึงคำสามคำค่ะ คือ Inspiration, Plagirism และ Credit

 

Inspiration แรงบันดาลใจ

"แรงบันดาลใจ คือ ประสบการณ์ที่ทำให้เราเกิดความคิดหรือไอเดียในการสร้างผลงานใหม่ค่ะ" เน้นที่คำว่าใหม่เลยนะคะ

พวกเราคงเคยได้ยินคำ นี้บ่อยๆ อย่างเช่น ในวงการแฟชั่น เสื้อผ้าซีซั่นนี้คุณได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร ในวงการหนังสือ นิยายเรื่องนี้คุณได้แรงบันดาลใจมาจากอะไีร

แรงบันดาลใจ อาจจะไม่ใช่ผลงานของอื่นเสมอไป คุณอาจจะได้แรงบันดาลใจมาจากลูกๆ ก็ได้ ดิฉันอยากแต่งเพลงร้องกล่อมลูก จึงคิดแต่งเพลงนี้ขึ้นมาค่ะ ดิฉันอ่านซินเดอเรลล่าแล้วอยากแต่งนิยายแม่ผัวลูกสะใภ้ อะไรทำนองนี้


ตราบใดที่แม้แต่เจ้าของผลงานซึ่งเป็นแรงบันดาลใจยังต้องถามว่า "แม่จ้าว คุณได้แรงบันดาลใจมาจากไหน จากผมหรือ? โอ้วว้าว ไม่น่าเชื่อเลย!"

นั่นล่ะค่ะ Inspiration

 

Plagiarism โจรกรรมทางความคิด

"Plagiarism หรือ โจรกรรมทางความคิด คือการที่คนหนึ่งนำผลงานหรือไอเดียของคนอื่นไปใช้โดยอ้างว่าเป็นงานของตัวเอง"

ความหมายของคำๆ นี้จากหลายๆ แหล่งบัญญัติเอาไว้ว่า "เอาไปใช้โดยไม่ให้เครดิต" แต่เราคิดว่า ถึงขั้นนี้ คำว่าเครดิตไม่สำคัญแล้วค่ะ สมมติเขียนการ์ตูนที่มีสมุดโน้ตฆ่าคนได้ แล้วแค่เขียนว่า "เอามาจากเดธโน้ต" ก็จะถือว่าพ้นข้อกล่าวหางั้นเหรอคะ?

อย่ามาตลก

 

Credit คือการอ้างที่มา

คำนี้ก็น่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้วนี่ ถ้าผลงานของคุณมีการกล่าวอ้างมาจากผลงานของคนอื่น ก็ให้ใส่เครดิตด้วย 

เราคิดว่า การให้เครดิตน่าจะเป็น SUBSET ของเชิงอรรถค่ะ เช่น ถ้าเราเขียนวิทยานิพนธ์ แล้วต้องใช้ผลการทดลองของรุ่นพี่ เราก็อ้างอิงไปว่าเราเอาผลการทดลองมาจากวิทยานิพนธ์ของรุ่นพี่

การให้เครดิตที่เข้าที ควรใช้ในกรณีที่เรานำงานของคนอื่นบางส่วน มาประกอบในงานของเราบางส่วน และควรจะเป็นส่วนน้อย ที่เหลือเป็นงานของเรา คิดเอง เขียนเอง

ไอ้วัฒนธรรม "ก็อปแปะทั้งดุ้นแล้วให้เครดิต" นี่ เกิดมาได้ยังไงก็ไม่ทราบนะคะ

 

ความแตกต่างระหว่าง Inspiration และ Plagiarism

ตัวอย่างและคำอธิบายที่เข้าใจ ง่าย เช่น

"This difference between inspiration and plagiarism is like the difference between borrowing and stealing. It’s like 'made from real cheese' vs. 'cheese-flavored product.' One is good, one is gross, and sometimes you can’t tell the difference" quoted from Christina Kelly, Inspiration vs. Plagiarism (http://www.ndmcolumns.com/features/inspiration-vs-plagiarism-1.1222719)

"ความ แตกต่างระหว่างแรงบันดาลใจและโจรกรรมทางความคิดก็เหมือนกับความแตกต่าง ระหว่างคำว่ายืมกับขโมย เหมือนกับ 'ทำจากชีส' กับ 'ขนมปรุงแต่งรสชีส' อันหนึ่งอร่อยเหาะ อันหนึ่งต่อให้เจาะปากก็ไม่อยากกระเดือกลงคอ และบางครั้ง...คุณก็ไม่รู้หรอกว่าอันไหนเป็นอันไหน" ตัว หนังสือสีแดงคือเครดิต บอกว่้าเราคัดมาจากส่วนหนึ่งของงานเขียนของ คริสติน่า เคลลี่ เรื่องแรงบันดาลใจและโจรกรรมทางความคิด กดลิงค์ตามไปอ่านต่อได้ค่ะ เธอเขียนโดนมากๆ

 
แรงบันดาลใจแท้ แรงบันดาลใจเทียม

ในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ดีไซเนอร์ นักคิด หรืออะไรก็ตาม ก็ต้องมีสักวันที่สมองตันกันบ้างใช่ไหมคะ สิ่งที่หลายๆ คนทำ(ในขณะที่หลายๆ คนไม่มีทางทำเด็ดขาด) คือการออกไปหาแรงบันดาลใจ อาจจะออกไปเดินเตร็ดเตร่แถวบ้าน หรืออาจจะไปเที่ยวชมผลงานของศิลปินท่านอื่นๆ จนกว่าจะเกิดแรงบันดาลใจ

แต่ในบางครั้ง แรงบันดาลใจก็เลยเถิดไปเป็นแรงบันดาลลอก 

เราเรียกมันว่า แรงบันดาลใจแท้ และ แรงบันดาลใจเทียม

ขอเล่ากรณีของเราเองค่ะ เราแต่งกลอนเกี่ยวกับแมวแล้วเจ้าของ ชื่อกลอนว่า Lack of You Syndrome คำนี้เราได้แรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นที่ตัวเอกพูดว่า "ฉันเสี้ยนนายว่ะ"(เอ่อ...การ์ตูนอะไรไม่ทราบยะ นังจขบ.)

จากคำพูดที่ฟังดูหื่นๆ กลายมาเป็นกลอนแมวๆ คงคาดกันไม่ถึงสินะคะ อย่างนี้เราขอเรียกมันว่าแีรงบันดาลใจแท้ ต่อให้เอาการ์ตูนเรื่องนั้นมาวางเทียบกันกับกลอนของเรา คนก็คงงงว่าเอามาวางเทียบกันทำไม เพราะมันไม่เหมือนกันเลยสักนิดเดียว เท่ากับว่าเราได้ผลงานของตัวเองมาอีกหนึ่งชิ้นแล้วค่ะ 

ส่วนแรงบันดาลใจเทียม เรียกอย่างมีสกุลก็ Plagiarism ดีๆ นี่เอง

ขอยกตัวอย่างด้วยกรณีของอ.คาสึสะกับคาโยโนะค่ะ (ดูภาพประกอบ) เรียกว่า ดราฟต์มาได้-ไม่อายเขา เลยทีเดียว

 

(ภาพจาก http://ainonamae.freehostia.com/paginas/Autora_kayono.htm) 

 

ลอกหรือไม่ลอก ตัวชี้วัดไม่ใช่คำสั่งศาล แต่คือสายตาของผู้อ่านที่จ้องมองอยู่ค่ะ ตราบใดที่ผลงานนี้ยังคงอยู่ ผลงานของคุณเองนั่นแหละที่จะชี้หน้าด่าคุณว่าเป็น "ยายขี้ลอก!! นิสัยไม่ดี!!" (อารมณ์ขึ้นนิด แต่เราเสียใจแทนอ.คาสึสะจริงๆ ค่ะ) แรงบันดาลใจที่มันเห็นชัดว่าเหมือนออริจินัลจนอยากฟ้องศาลนี่... เราขอเรียกว่าแรงบันดาลใจเทียม แรงบันดาลใจเก๊ค่ะ

 

 

 

การได้แรงบันดาลใจไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่แค่ไหนถึงจะพอดี แค่ไหน ผลงานจึงจะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวคุณเองต่างหากล่ะคะ การที่มีคนขอหยิบยืมผลงานไป หรือไม่มี เจ้าของผลงานก็ไม่ได้ไม่เสียอะไรอยู่แล้ว แต่คนที่ยืมไปต่างหากล่ะคะ ที่จะอยู่หรือจะไป  ถ้าคุณไปเอาสมบัติของคนอื่นมาเป็นของตัว คุณก็ต้องเสียเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นการแลกเปลี่ยนค่ะ

คนที่ทำผิดโดยไม่รู้ก็น่าเป็นห่วงจริงๆ ค่ะ

 

 

คิดว่าทุกคนคงพอได้ไอเดียไปแล้ว

เราขอแถมอะไรอีกเล็กน้อยค่ะ

 

Parody, Fanfiction, Doujinshi

ทั้งหมดคือการเขียนโดยอิงงานออริจินัลเป็นหลักค่ะ ทั้งสามอย่างนี้ ไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่ใช่งานออริจินัลแน่นอน และอย่างไรเสียก็ไม่มีใครเข้าใจผิดว่าเป็นผลงานออริจินัลแน่ๆ แต่ส่วนใหญ่เจ้าของผลงานก็มักจะเขียนกำกับอยู่แล้วว่าเป็น Fanwork ของเรื่องอะไร

การเขียนพาโรดี้ ถ้าเรื่องไม่ดังถึงขนาดที่ทุกคนรู้จักอย่างเส้นเดธโน้ตหน้ายางามิไลท์ที่คนเอามาวาดล้อกันบ่อยๆ (อย่างสนุกสนาน) ก็ควรให้เครดิตด้วยว่าทำพาโรดี้จากเรื่องไหน เช่น

 

 

 (ภาพปกโดจินชิวาดโดยอ.โยเนดะ โค จาก aarinfantasy.com ค่ะ)

นี่มันโดจินรีบอร์นฯ พาโรดี้ Mr. and Mrs. Smith!!!! ช่างซับซ้อนยิ่งนัก แต่ว่าอ.โยเนดะได้ให้เครดิตไว้ในเล่มด้วยค่ะว่ามาจาก Mr. and Mrs. Smith แถมยังออกตัวว่ามีสปอยล์ด้วย แต่อันนี้แค่เราอ่านชื่อก็รู้แล้วค่ะ ออกจะพาโรดี้จ๋าขนาดนี้

ในการเขียน Parody, Fanfiction, Doujinshi นั้น ถ้าคุณเขียนเหมือนเรื่องออริ ย่อมไม่แปลกอะไร เช่น เขียนแฟนฟิคชั่นแฮรี่ พอตเตอร์ โดยให้แฮรี่เหมือนแฮรี่ เฮอร์ไมโอนี่เหมือนเฮอร์ไมโอนี่ ไม่ผิดค่ะ ไม่เหมือนสิแปลก

แต่ในกรณีที่คุณแต่งแฟนฟิคของแฟนดอมหนึ่ง แต่เรื่องดันไปคล้ายแฟนฟิค/โดจินของคนอื่น หรือไปเหมือนออริในแฟนดอมอื่นเป๊ะเด๊ะ.... ถ้าคุณไม่เบลอจนจำการ์ตูนหรือนิยายที่คุณชอบสับสนกับเรื่องอื่น คุณก็กำลังก่อการโจรกรรมอยู่ค่ะ

สร้างสรรค์ผลงานกันดีๆ อย่าสับสนนะคะ 

 

 

 

ด้วยรัก...จากจขบ.

(คนอ่านกระเจิง)

 

 

สำหรับเอนทรี่นี้ ถ้าใครเห็นด้วย...เอ่อ...

เป็นครั้งแรกที่ขอเลยรึเปล่าน้า....

ขอดาวแดงแบบไม่เขินอายเลยแล้วกันค่ะ (//ม้วนต้วน)

 

เอนทรี่ก่อนหน้าก็ขอบคุณทุกท่านมากๆ เลยนะคะ

 

 

ปล. ขอบคุณคุณ chibi มากค่